Powered By Blogger
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืชในป่าชายเลน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืชในป่าชายเลน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

พืชในป่าชายเลน-ตะบูนดำ

ตะบูนดำ


ชื่อพฤกษศาสตร์: Xylocarpus moluccensis
(Lam.) M.Roem.
ชื่อพื้นเมือง: ตะบูนดำ
ชื่อท้องถิ่น: ตะบัน
วงศ์ MELIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 10 - 15 เมตร ไม้ผลัดใบ ราก ระบบรากแก้ว หยั่งลึกลงไปในดิน มีรากพิเศษออกตามลำต้น เป็นรากหายใจรูปคล้ายกรวยคว่ำ กลม หรือ แบน ปลายมน ยาว 20 - 40 เซนติเมตร โผล่ขึ้นจากผิวดินรอบโคนต้น ลำต้น เปลาตรง เนื้อไม้แข็ง โคนต้นมีพูพอนเล็กน้อย เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกขรุขระแตกเป็นร่องตามยาว ต้นแก่เปลือกสามารถลอกเป็นแถบแคบๆ เปลือกหนาสีน้ำตาลเข้ม หรือ แดงดำ เนื้อไม้สีน้ำตาล ใบ ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวปลายใบคู่ ไม่มีใบยอด เรียงสลับ ใบย่อย 1 - 3 คู่ เรียงตรงข้าม แผ่นใบรี รูปใบพาย หรือ รูปขอบขนานแกมรี ขนาด 2 - 4 X 5 - 7 เซนติเมตร โคนใบกลมมน ปลายใบมน ฐานใบแหลม ผิวใบเป็นมัน สีเขียวเข้ม และเปลี่ยนเป็นสีส้มอมเหลืองทั้งต้นก่อนร่วง ดอก ออกตามง่ามใบ แบบช่อแยกแขนง ช่อดอกยาว 7 - 17 เซนติเมตร ประกอบด้วยดอกจำนวนมาก กลีบเลี้ยง 4 กลีบ แต่ละกลีบยาว 1 - 1.5 เซนติเมตร กลีบดอก 4 กลีบไม่ติดกัน รูปขอบขนาน ยาว 0.4 - 0.8 เซนติเมตร สีขาวครีม เกสรเพศผู้ 8 อัน กลิ่นหอมเวลาเย็นถึงค่ำ ผล ค่อนข้างกลมผิวเรียบมีร่องเล็กน้อย สีเขียว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 - 6 เซนติเมตร แต่ละผลมี 4 พู มี 7 - 11 เมล็ด ลักษณะโค้งนูนหนึ่งด้าน กว้าง 4 - 6 เซนติเมตร

พืชในป่าชายเลน-ตะบูนขาว

ตะบูนขาว

ชื่อพฤกษศาสตร์: Xylocarpus granatum Koenig
ชื่อพื้นเมือง: ตะบูนขาว
ชื่อท้องถิ่น: กะบูน
วงศ์ MELIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้ต้นขนาดกลาง - ขนาดใหญ่ สูง 8 - 15 เมตร เป็นไม้ไม่ผลัดใบ ราก ระบบรากแก้ว หยั่งลึกลงไปในดิน มีรากพิเศษออกตามลำต้น เป็นรากหายใจ หรือ รากค้ำจุน ลักษณะแบนคล้ายแผ่นกระดานบ้าง กลมบ้าง ทอดตัวในแนวรัศมีรอบลำต้น ลำต้น ลำต้นสั้น ตรง เนื้อไม้แข็ง แตกกิ่งใกล้โคนต้น มีพูพอนแผ่ออกคดเคี้ยว ต่อเนื่องกับรากหายใจ เปลือกเรียบบาง สีเหลืองแกมเขียวอ่อน หรือ สีน้ำตาลอ่อนมีสีขาวปะปนลักษณะคล้ายเปลือกต้นฝรั่ง หรือ ต้นตะแบก เปลือกหลุดออกเป็นแผ่นรูปทรงไม่แน่นอน ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายใบคู่ หรือ รูปใบพายปลายมน ชั้นเดียว ไม่มีใบยอด เรียงสลับ ใบย่อยมีก้านเห็นชัดไม่เบี้ยวมี 1 - 2 คู่ เรียงตรงข้าม หรือ เยื้องกันเล็กน้อย แผ่นใบรูปไข่กลับ หรือ รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ขนาด 2 - 5 X 7 - 14 เซนติเมตร แผ่นใบสมมาตรกัน ปลายใบมักจะทู่ หรือ กลม ฐานใบรูปลิ่ม ใบหนามัน ดอก ไม่สมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อที่ง่ามใบ ตามปลายกิ่ง ช่อดอกแบบ ช่อแยกแขนง ยาว 3 - 6 เซนติเมตร แต่ละช่อมี 8 - 20 ดอก เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 - 1.2 เซนติเมตร ก้านดอกย่อย ยาว 0.4 - 1 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 4 กลีบ ยาวประมาณ 0.2 เซนติเมตร กลีบดอก 4 กลีบ ไม่ติดกัน มีสีขาวครีม เกสรเพศผู้ 8 อัน ดอกมีกลิ่นหอมเย็นเวลาบ่ายถึงกลางคืน ผล ลักษณะกลมแข็ง เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 - 15 เซนติเมตร แบ่งเป็น 4 พู เท่าๆกัน แต่ละผล มี 4 - 17 เมล็ด ลักษณะโค้งนูนหนึ่งด้าน กว้าง 6 - 10 เซนติเมตร ผลแก่ หรือ สุกสีน้ำตาลแดงคล้ายผลทับทิม หรือ ผลส้ม


พืชในป่าชายเลน-หวายลิง

หวายลิง


ชื่อพฤกษศาสตร์: Flagellaria indica L.
ชื่อพื้นเมือง: หวายลิง
ชื่อท้องถิ่น: หวายลิง
วงศ์ FLAGELLARIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้เลื้อย แตกกิ่งยาว 3 - 5 เมตร หรือ บางต้นยาวได้ถึง 10 เมตร ราก ระบบรากฝอย ลำต้น แข็งคล้ายหวาย เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.3 - 0.8 เซนติเมตร ลำต้นสีเขียว แต่เมื่อลำต้นแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเทา ใบ เรียวยาว รูปขอบขนานแกมรูปไข่ถึงรูปใบหอก ขนาด 0.5 - 2 X 7.5 - 20 เซนติเมตร ฐานใบกว้าง มีกาบใบหุ้มรอบลำต้น เรียงเวียนซ้อนทับกันเป็นระยะคล้ายกาบหวาย ไม่มีหนาม ปลายใบเรียวยาว ม้วนงอ และแข็ง ทำหน้าที่เกาะไม้อื่น เพื่อพยุงลำต้นให้เลื้อยทอดสูงขึ้น ดอก สมบูรณ์เพศ เป็นช่อแยกแขนง สั้นๆที่ปลายกิ่ง ขนาดเล็ก แต่ละช่อประกอบด้วยดอกจำนวนมาก สีขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอม ผล กลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ปลายผลมีติ่งแหลม ผิวเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว และเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อแก่จัดจะเป็นสีชมพูอมแดง เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ผลมี 1 เมล็ด

พืชในป่าชายเลน-ตาตุ่มทะเล

ตาตุ่มทะเล


ชื่อพฤกษศาสตร์: Excoecaria agallocha L.
ชื่อพื้นเมือง: ตาตุ่มทะเล
ชื่อท้องถิ่น: ตาตุ่ม
วงศ์ EUPHORBIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก - ขนาดกลาง ต้นแยกเพศ สูง 5 - 10 เมตร ผลัดใบในฤดูแล้ง ราก ระบบรากแก้ว ไม่พบทั้งรากหายใจและรากค้ำจุน ลำต้น ลักษณะต้นส่วนมากตรง เป็นตุ่มเป็นตา ปุ่มกระจายทั่วลำต้น มักแตกกิ่งในระดับต่ำ บางครั้งดูคล้ายไม้พุ่ม เปลือกลำต้นสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลอมเทา เมื่อหักหรือทำให้เป็นแผล มียางสีขาวไหลออกมามาก ใบ ใบเดี่ยว ติดเรียงสลับ รูปรี หรือ รูปไข่แกมรีถึงรูปไข่กลับ ขนาด 2 - 5 X 4 - 9 เซนติเมตร ฐานใบมน ขอบใบหยักเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลมมน ก้านใบเรียวยาว 1 - 2 เซนติเมตร ใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน มีสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบแก่จัดใกล้ร่วง จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเหลืองทั้งต้น ดอก แยกเพศต่างต้น ดอกเพศผู้เป็นช่อแยกแขนง ตามง่ามใบ สมมาตรตามรัศมี มีขนาดเล็กมาก ติดกันเป็นกระจุก ช่อดอก ยาว 3 - 6 เซนติเมตร ดอกสีเหลืองแกมเขียว เกสรเพศผู้ 5 – 10 อัน อับเรณูเปิดโดย รอยแยก ดอกเพศเมีย เกสรเพศเมีย 3 อัน รังไข่เหนือวงกลีบ ภายในมี 3 ห้อง เชื่อมติดกันแต่ละห้องมีเม็ดไข่ 1 – 2 เม็ด ผล แบบผลแห้งแตก ขนาดเล็ก มี 3 พู รูปเกือบกลม ขนาด 0.2 - 0.3 X 0.3 - 0.4 เซนติเมตร ผลเกลี้ยง สีเขียวถึงน้ำตาลเข้ม

พืชในป่าชายเลน-สารภีทะเล

สารภีทะเล


ชื่อพฤกษศาสตร์: Calophyllum inophyllum L.
ชื่อพื้นเมือง: สารภีทะเล
ชื่อท้องถิ่น: กระทิง
วงศ์ CLUSIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย ไม้ต้นขนาดกลาง - ใหญ่ สูง 5 - 7 เมตร ไม่ผลัดใบ ราก ระบบรากแก้ว รากหยั่งดินลึก ไม่พบทั้งรากหายใจและรากค้ำจุน ลำต้น ไม่มีพูพอน กิ่งค่อนข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยม เปลือกมีรอยแตกเป็นร่องลึก สีน้ำตาลถึงสีเทาค่อนข้างเข้ม มีน้ำยางเหนียว สีขาวอมเหลือง ใบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรี รูปไข่ รูปไข่กลับ หรือ รูปขอบขนาน ขนาด 4 - 10 X 8 - 17 เซนติเมตร ฐานใบรูปลิ่มถึงกลม เป็นครีบที่โคน ขอบใบเรียบเป็นคลื่นยาว ปลายใบกลมถึงเว้าบุ๋ม หรือ แหลมเล็กน้อย เนื้อใบหนาคล้ายหนัง เส้นใบมีจำนวนมากเรียงชิด และขนานกัน ก้านใบยาว 1 - 2.8 เซนติเมตร ใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบน สีเขียวเป็นมัน ด้านท้องใบสีจางกว่า ดอก สมบูรณ์เพศ ออกตามง่ามใบ เป็นช่อกระจะ ช่อดอกยาว 10 - 16 เซนติเมตร แต่ละช่อมี 5 - 15 ดอก เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร กลีบรวม 8 กลีบ เรียงซ้อนเป็นสองชั้น ชั้นนอก 2 คู่ เรียงตรงข้างสลับตั้งฉากกัน ชั้นใน 4 กลีบ เรียงเป็นวงซ้อนเหลื่อมกัน สีขาว เกสรเพศผู้มีจำนวนไม่แน่นอน โคนก้านติดกัน เกสรตัวเมียรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ยอดเกสรแยกเป็นแฉกเท่าจำนวนห้องในรังไข่ ผล เมล็ดเดียว รูปกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 - 4 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียวเป็นมัน ผลแก่สีน้ำตาลอมเขียว มีรอยย่น

พืชในป่าชายเลน-ชะคราม

ชะคราม




ชื่อพฤกษศาสตร์: Suaeda maritima (L.) Dumort.
ชื่อพื้นเมือง: ชะคราม
ชื่อท้องถิ่น: ผักชักคราม
วงศ์ CHENOPODIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้ล้มลุก หรือ ไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 1 - 1.5 เมตร ราก มีรากงอกบริเวณข้อระดับต่ำ ลำต้น ลำต้นเดี่ยว ทรงพุ่มแผ่กระจาย แตกกิ่งก้านตั้งแต่โคนต้น ลำต้นแก่มีผิวหยาบจากรอยแผล ที่เกิดจากใบที่ร่วงหล่นไปแล้ว เมื่อมีอายุมากขึ้นลำต้นจะมีเนื้อ ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับกันแน่น ไม่มีก้านใบ ใบรูปแถบยาว 1 - 3 เซนติเมตร ใบอวบน้ำ สีเขียว สำหรับต้นที่ขึ้นบริเวณแห้งแล้ง แดดจัดมีสีเขียวอมม่วง ดอกสมบูรณ์เพศ แบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายยอด ช่อดอก ยาว 3 - 10 เซนติเมตร แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ใบประดับที่อยู่ระดับต่ำมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายใบ และมีขนาดเล็กลงไปที่ปลายช่อ ใบประดับย่อยที่ฐาน วงกลีบรวมมี 2 - 3 ใบ รูปขอบขนานมน โปร่งใส มีผลึกเกลือเกาะตามผิวและติดทน วงกลีบรวมมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.1 - 0.2 เซนติเมตร สีเขียว หรือ สีเขียวอมม่วง ผล มีลักษณะกลมขนาดเล็กมาก เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.1 - 0.3 เซนติเมตร

พืชในป่าชายเลน-แคทะเล

แคทะเล


ชื่อพฤกษศาสตร์: Dolichandrone spathacea
(L.f.) K.Schum.
ชื่อพื้นเมือง: แคทะเล
ชื่อท้องถิ่น: แคป่า
วงศ์ BIGNONIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 4 - 10 เมตร ไม่ผลัดใบ ราก ระบบรากแก้ว หยั่งดินลึก ไม่พบทั้งรากหายใจและรากค้ำยัน ลำต้น ไม้เนื้อแข็ง ตั้งตรง แตกกิ่งก้านน้อย เรือนยอดแผ่กว้าง เปลือกเรียบ หรือ แตกเป็นร่องตื้นๆ มีช่องอากาศตามลำต้น สีเทา แต่ละส่วนเมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีดำ ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงตรงข้ามกัน ก้านใบ ยาว 10 - 30 เซนติเมตร ใบย่อย 2 – 4 คู่ ขนาดไม่เท่ากัน ใบรูปไข่ รูปใบหอกแกมรูปไข่ หรือ รูปใบหอกถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ขนาด 2.5 - 7 X 7 - 16 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลมยาวคล้ายหาง ฐานใบเบี้ยว หรือแหลมถึงกลม ขอบใบเรียบ มีต่อมเรียงไปตามเส้นกลางใบทางด้านท้องใบ ก้านใบย่อย ยาว 0.4 - 1 เซนติเมตร ดอก สมบูรณ์เพศ แบบช่อกระจะ ช่อดอกสั้นออกตามปลายกิ่ง ยาว 3 -5 เซนติเมตร แต่ละช่อมี 3 - 7 ดอก ก้านดอกย่อยยาว 1.5 - 3.3 เซนติเมตร บานครั้งละหนึ่งดอก วงกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปแตร ยาว 12 - 17 เซนติเมตร ปากแตรแยกเป็น 5 แฉก แต่ละแฉกมีรอยยับย่น และหยักมนตามขอบ สีขาว มีกลิ่นหอม เกสรเพศผู้ 2 คู่ แต่ละคู่สั้น - ยาวไม่เท่ากัน เกสรเพศเมีย รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ก้านเกสรยาวพ้นระดับกลีบดอก ยอดเกสรแยกเป็น 2 แฉก มีเม็ดไข่จำนวนมาก ผล เป็นฝักเรียวยาว 2 - 3 X 30 - 60 เซนติเมตร บิดเป็นเกลียว เมื่อแห้งแตกออกเป็นสองซีก เมล็ดจำนวนมาก เมล็ดหนาแบนมีปีก รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.6 - 0.8 X 1.3 - 1.8 เซนติเมตร

พืชในป่าชายเลน-เบญจมาศน้ำเค็ม

เบญจมาศน้ำเค็ม


ชื่อพฤกษศาสตร์: Wedelia biflora (L.) DC.
ชื่อพื้นเมือง: เบญจมาศน้ำเค็ม
ชื่อท้องถิ่น: ผักคราดทะเล
วงศ์ ASTERACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย ยาวประมาณ 1 - 5 เมตร ราก มีรากฝอยแตกออกตามข้อรอบ ลำต้นที่สัมผัสดินชื้น ลำต้น ไม้เนื้ออ่อน ลำต้นเล็กเรียว มีกิ่งมาก มักแผ่ทอดยอดคลุมพื้นดิน กิ่ง ใบ และช่อดอก มีขนสั้นสีขาว สากมือ ใบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่แกมรูปขอบขนานถึงรูปหอก ขนาด 2 - 3.5 X 4.5 - 8 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลม ฐานใบรูปลิ่ม ขอบใบหยักคล้าย ฟันเลื่อย ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน เส้นใบเด่นชัด 3 เส้นจากโคนใบ ก้านใบยาว 1 - 2 เซนติเมตร ดอก สมบูรณ์เพศ ช่อแบบกระจุกแน่น เบียดชิดกันแน่นคล้ายดอกเดี่ยว บนปลายก้านช่อตามง่ามใบ ใกล้ยอด และเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง ก้านช่อดอกยาว 1 - 7 เซนติเมตร ดอกเล็กมากเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 - 2 เซนติเมตร สีเหลือง ผล ผลแห้งรูปไข่กลับ ยาว 0.1 - 0.3 เซนติเมตร

พืชในป่าชายเลน-ขลู่

ขลู่


ชื่อพฤกษศาสตร์: Pluchea indica ( L.) Less.
ชื่อพื้นเมือง: ขลู่
ชื่อท้องถิ่น: ขลู่น้ำเค็ม
วงศ์ ASTERACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1 - 1.5 เมตร ขึ้นอยู่รวมเป็นกอ ราก ระบบรากแก้วมีรากฝอยแตกออกมารอบๆ ยึดลำต้น ลำต้น พุ่มตั้งตรง แตกกิ่งก้านมาก มีขนเล็กละเอียดปกคลุมตามกิ่ง ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตัวแบบสลับ แผ่นใบรูปไข่กลับ หรือ รูปช้อนแกมขอบขนาน ขนาด 1 - 2 X 2 - 4 เซนติเมตร ฐานใบสอบเรียว ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย มีขนปกคลุมเล็กน้อย ปลายใบมน หรือ กลม ก้านใบสั้นมาก ใบมีกลิ่นหอมฉุน ดอก สมบูรณ์เพศ เป็นช่อแบบกระจุกแน่น ออกดอกที่ปลายกิ่ง เป็นพุ่มคล้ายดอกสาบเสือ ก้านช่อดอกยาว 0.3 - 0.5 เซนติเมตร วงใบประดับรูประฆัง ฐานกลม ใบประดับเรียงตัวเป็นแถว กลีบดอกเป็นรูปเส้นด้าย ยาว ประมาณ 0.3 เซนติเมตร สีม่วงอ่อน มีกลิ่นหอมเล็กน้อย ผล เป็นแบบผลแห้งเมล็ดล่อน รูปทรงกระบอก ขนาด 0.1 X 0.4 เซนติเมตร ผลเกลี้ยง

พืชในป่าชายเลน-เป้งทะเล

เป้งทะเล

ชื่อพฤกษศาสตร์: Phoenix paludosa Roxb.
ชื่อพื้นเมือง: เป้งทะเล
ชื่อท้องถิ่น: เป้ง
วงศ์ ARECACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นพวกปาล์ม ขนาดกลาง ลำต้นเกิดเป็นกอ สูง 4 - 10 เมตร ราก มีลักษณะเป็นหนามงอกจากบริเวณโคนต้น ตอนงอกใหม่เป็นรากปกติ หลังจากนั้นเปลือกค่อยๆแข็ง มีลักษณะคล้ายหนาม ช่วยป้องกันโคนต้นได้ ลำต้น มีรูปทรงกระบอก เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 - 9 เซนติเมตร ขึ้นเป็นกอมีใบหนาแน่นเป็นกลุ่ม ส่วนบนของลำต้นมีก้านใบซึ่งมีหนามติดอยู่ และมีกาบซึ่งเป็นเส้นใยสีเทาหุ้ม ใบ ใบประกอบแบบขนนก ใบมากค่อนข้างสั้น ขนาดประมาณ 0.45 X 1.5 เมตร ใบโค้ง โคนใบมีเส้นใยเป็นกาบหุ้มลำต้น ใบย่อยเล็กแคบยาว ขอบพับเข้าค่อนข้างแข็ง และตรง ปลายใบห้อยลง ตามก้านใบด้านล่างมีหนามเรียวยาว แหลมและแข็ง สีเขียวเป็นมันหรือสีเขียวอมเหลือง ท้องใบสีเทาคล้ายควัน ดอก เป็นดอกแยกเพศต่างต้น ช่อดอกตั้งตรง ออกที่ง่ามใบ มีกาบขนาดใหญ่ 1 อัน หุ้ม แต่กาบนี้จะหลุดไปเมื่อดอกได้รับการผสม ก้านช่อดอกยาวประมาณ 60 เซนติเมตร ประกอบด้วยกลุ่มของช่อดอกย่อย ซึ่งเป็นช่อเชิงลด เรียวตรงจำนวนมาก เรียงทำมุมแคบกับแกนหลักไปทางปลายช่อ ผล เป็นผลสด อ่อนนุ่ม รูปไข่ ขนาด 0.8 - 1 X 1 - 1.5 เซนติเมตร มีเมล็ดเดียว ผลแก่สีส้ม มีผนังชั้นในบางคล้ายกระดาษ

พืชในป่าชายเลน-ตีนเป็ดทะเล

ตีนเป็ดทะเล

ชื่อพฤกษศาสตร์: Cerbera odollam Gaertn.
ชื่อพื้นเมือง: ตีนเป็ดทะเล
ชื่อท้องถิ่น: ตีนเป็ด
วงศ์ APOCYNACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 6 - 12 เมตร มักแตกกิ่งต่ำ เรือนยอดแผ่กว้าง ราก เป็นระบบรากแก้ว หยั่งดินลึก ไม่พบทั้งรากหายใจและรากค้ำจุน ลำต้น แข็งตั้งตรง มีเนื้อไม้ เปลือกชั้นนอกเรียบมีช่องอากาศกระจายทั่วไป สีเทา เปลือกชั้นในสีเหลืองอ่อน มียางสีขาว ใบ ใบเดี่ยว ใบยาวเป็นกระจุก อยู่บนส่วนยอด เรียงเวียนรอบกิ่ง แผ่นใบรูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ ขนาด 4 - 8 X 15 - 30 เซนติเมตร ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ฐานใบสอบแคบเข้าหาก้านใบ เส้นใบตั้งฉากกับเส้นกลางใบ มี 20 - 30 คู่ ปลายใบเป็นติ่งแหลม ก้านใบยาว 2 - 3 เซนติเมตร ดอก สมบูรณ์เพศ ออกที่ปลายกิ่ง เป็นช่อกระจุก ดอกสมมาตรด้านข้าง มีกลีบเลี้ยงรูปใบหอก สีเขียวหรือขาวแกมเขียวอ่อน แต่จะร่วงหล่นไปในระยะยังเป็นดอก กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดปากแตร ยาว 1.5 - 2 เซนติเมตร ปลายหลอดแยกเป็น 5 กลีบ กลีบดอกยาวกว่าหลอด วงกลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกสีเหลือง เกสรเพศผู้ มี 4 - 5 อัน อยู่แยกกัน ก้านเกสรสั้นติดอยู่ที่คอหลอดกลีบดอก เกสรเพศเมีย มีรังไข่ 2 อัน เป็นแบบรังไข่เหนือวงกลีบ อยู่แยกกันหรืออาจติดกันเล็กน้อยเฉพาะส่วนฐาน แต่ก้านเกสร และยอดเกสรจะติดกัน มีเม็ดไข่มาก ผล เป็นผลเดี่ยว รูปกระสวย ค่อนข้างกลม ขนาด 6 X 7 เซนติเมตร มีสองพูตื้นๆ ผิวผลเกลี้ยง สีเขียวเป็นมัน เมื่อแก่จัดสีเขียว อมม่วงถึงม่วงเข้ม

พืชในป่าชายเลน-เหงือกปลาหมอดอกม่วง

เหงือกปลาหมอดอกม่วง

ชื่อพฤกษศาสตร์: Acanthus ilicifolius L.
ชื่อพื้นเมือง: เหงือกปลาหมอดอกม่วง
ชื่อท้องถิ่น: เหงือกปลาหมอทะเล
วงศ์ ACANTHACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้พื้นล่างของป่าชายเลน เป็นไม้พุ่มลำต้นเลื้อย หรือไม้ล้มลุกขนาดเล็ก สูง 0.50 - 2 เมตร ราก พบทั้งรากค้ำจุน และรากหายใจซึ่งเกิดจากลำต้นที่เอนนอน ลำต้น ไม่มีเนื้อไม้ ลำต้นแข็งตั้งตรง กลวงตามแนวจุดศูนย์กลาง มีหนามอ่อนๆตามข้อ แต่เมื่ออายุมากมักจะเอนนอน ลำต้นแก่จะแตกกิ่งออกไป สีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม ใบ เป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ ออกเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก มักมีหนามที่โคนก้านใบ 1 คู่ ใบเกลี้ยง ก้านใบยาว 1 - 1.5 เซนติเมตร แผ่นใบรูปหอก ขนาด 3 - 6.5 X 7 - 18 เซนติเมตร เรียวสอบลงมาทางฐานใบ ขอบใบเรียบ ปลายใบกลม หรือ เป็นติ่งหนาม หรือ ขอบใบเว้าหยักเป็นลูกคลื่น มีหนามแหลมที่ปลายหยัก หนามแหลมนี้มักเกิดที่ปลายเส้นใบหลัก และมีหนามขนาดเล็กกว่าแทรก ปลายใบเป็นสามเหลี่ยมกว้างมีหนามที่ปลายใบ ใบสีเขียวอ่อนถึงเข้ม ดอก ออกเป็นช่อตั้งตรงที่ปลายกิ่งแบบช่อเชิงลด ยาว 10 - 15 เซนติเมตร ดอกย่อยไม่มีก้านดอก ออกรอบแกนประมาณ 20 คู่ ใบประดับล่างสุดของแต่ละดอกยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร ร่วงหลุดเร็ว ใบประดับย่อยสีเขียวด้านข้าง 2 ใบ รองรับดอกมีความยาวประมาณ 0.7 เซนติเมตร เด่นชัด และติดคงทน วงกลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ สีเขียวอ่อนถึงสีน้ำตาลอมเขียว แยกเป็นกลีบล่าง และกลีบบน กลีบบนใหญ่กว่ากลีบล่าง วงกลีบดอกสมมาตรด้านข้าง ดอกบานเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5 - 4 เซนติเมตร กลีบในด้านบนสั้นมาก ความยาวเท่ากับกลีบเลี้ยงประมาณ 1 - 1.5 เซนติเมตร กลีบล่างใหญ่แผ่กว้างและโค้งลง ปลายกลีบเว้าเป็น 3 พูตื้นๆยาว 2 - 2.5 เซนติเมตร เกสรเพศผู้มี 4 อัน สีชมพู ดอกสีฟ้าหรือฟ้าอมม่วง หรือ สีน้ำเงินอ่อนหรือม่วงอ่อน มีสีเหลืองตรงกลางกลีบดอก เกสรเพศเมีย รังไข่เหนือ วงกลีบ ตอนบนเป็นจะงอย ภายในมี 2 ห้อง มีเม็ดไข่มาก ก้านเกสรยาวพ้นระดับกลีบดอก ผล เป็นฝักมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ขนาด 0.5 - 0.7 X 1.5 - 2.0 เซนติเมตร ที่ปลายมียอดเกสรเพศเมียแห้งติดอยู่ เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ด 4 เมล็ด

พืชในป่าชายเลน-เหงือกปลาหมอดอกขาว

เหงือกปลาหมอดอกขาว

เหงือกปลาหมอดอกขาว
ชื่อพฤกษศาสตร์: Acanthus ebracteatus Vahl
ชื่อพื้นเมือง: เหงือกปลาหมอดอกขาว
ชื่อท้องถิ่น: เหงือกปลาหมอทะเล
วงศ์ ACANTHACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงไม่กิน 1 - 1.5 เมตร ราก พบทั้งรากค้ำจุน และ รากอากาศ เกิดจากลำต้นที่เอนนอน ลำต้น อวบ มีหนามคล้ายกับเหงือกปลาหมอดอกม่วงมาก ใบ ใบเดี่ยว เรียงตัวตรงข้ามสลับฉาก แผ่นใบรูปหอก ขนาด 3 – 5 X 7 – 16 เซนติเมตร จากกลางใบกว้าง และเรียวสอบทางฐานใบ ขอบใบกว้างหยักตื้น มีหนามประปราย ดอก สมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อตั้งตรงที่ปลายกิ่ง แบบช่อเชิงลด ช่อดอกมีขนาดไม่แน่นอน ใบประดับ สั้นกว่ากลีบเลี้ยง จะร่วงไปก่อนระยะดอกบาน มีใบประดับย่อยในระยะแรก แต่จะร่วงหล่นเร็วซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่างไปจากเหงือกปลาหมอดอกม่วง วงกลีบดอกสมมาตรด้านข้าง ขณะดอกตูมปลายกลีบเชื่อมติดกัน ดอกบาน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 - 2.5 เซนติเมตร สีขาว เกสรเพศผู้ มี 4 อัน เป็นแบบยาว 2 อัน สั้น 2 อัน ติดอยู่บนคอหลอดกลีบดอก เกสรเพศเมีย มีรังไข่เป็นแบบ รังไข่เหนือวงกลีบ ตอนบนเป็นจะงอย ภายในมี 2 ห้อง เม็ดไข่มาก ก้านเกสรยาวพ้นระดับกลีบดอก ผล ผลแก่ สั้นกว่า 2 เซนติเมตร ซึ่งสั้นกว่าผลของเหงือกปลาหมอดอกม่วง เมล็ดมีขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 - 0.7 เซนติเมตร

พืชในป่าชายเลน-ผักเบี้ยทะเล

ผักเบี้ยทะเล
ชื่อพฤกษศาสตร์: Sesuvium portulacastrum L.
ผักเบี้ยทะเล

ชื่อพื้นเมือง: ผักเบี้ยทะเล
ชื่อท้องถิ่น: ผักเบี้ย
วงศ์ AIZOACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้ล้มลุก เป็นพืชทนแล้งได้ดี แตกกิ่งก้านสาขามาก สูงไม่เกิน 50 เซนติเมตร
ราก ระบบรากฝอย มีรากงอกตามข้อลำต้นที่สัมผัสดิน ลำต้น แตกกิ่งก้านโปร่ง แผ่ราบตามพื้นดินอวบน้ำ ทอดเลื้อยไปตามผิวดิน แผ่กระจาย ชูยอดสูง 15 - 30 เซนติเมตร ยอดใหม่แตกตามข้อปล้อง ลำต้นสีเขียวปนแดง หรือม่วง ใบ ใบเดี่ยว อวบน้ำ เรียงแบบตรงข้าม รูปขอบขนาน เป็นมัน ขนาดใบ 3 – 4 เซนติเมตร ก้านใบสั้น ปลายใบโค้งมน ฐานใบเข้าหา เส้นกลางใบ ดอก สมบูรณ์เพศ ออกดอกปลายยอด, ตามซอกใบ ดอกขนาดเล็กสีชมพู กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีชมพู เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก เกสรเพศเมีย 4 - 5 อัน รังไข่อยู่เหนือฐานรองดอก ผล เป็นแคปซูล มี 4 carpel กลีบเลี้ยงห่อหุ้ม คล้ายดอกยังตูม เมื่อผลแก่จะแตกออก มีหลายเมล็ดสีดำ หลุดออกเหลือเพียงกลีบเลี้ยงแห้งติดต้น

พืชในป่าชายเลน-ฝาดดอกแดง

ฝาดดอกแดง

ชื่อพฤกษศาสตร์: Lumnitzera littorea
(Jack) Voigt
ชื่อพื้นเมือง: ฝาดดอกแดง
ชื่อท้องถิ่น: ฝาดดอกแดง
วงศ์ COMBRETACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้ต้นขนาดกลาง - ใหญ่ สูง 10 - 30 เมตร ราก ระบบรากแก้ว หยั่งลึกลงดิน มีรากพิเศษออกตามลำต้น เป็นรากหายใจรูปคล้ายเข่า ลำต้น เปลือก มีรอยแตกเป็นร่องลึก สีน้ำตาล เปลือกในสีแดงเข้ม หรือ สีส้ม ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวียนรอบกิ่ง หนาแน่นที่ปลายกิ่ง แผ่นใบหนา รูปรีแกมรูปไข่กลับ หรือ รูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน ขนาด 1 - 3 X 3 - 9 เซนติเมตร ฐานใบรูปลิ่ม ขอบใบหยักมน มีต่อมขนาดเล็ก ปลายใบกลม เว้าตื้น ก้านใบสั้น ใบสีเขียวเข้ม ดอก สมบูรณ์เพศ ออกปลายกิ่ง ช่อกระจะ แต่ละช่อยาว 2 - 5 เซนติเมตร มีดอก 5 - 15 ดอกฐานรองดอกเป็นหลอด ขนาด 0.4 X 0.8 - 1.2 เซนติเมตร แบนด้านข้าง ใต้ส่วนปลายคอดเล็กน้อย แล้วกว้างออกไปทางกลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปไข่กว้าง สีเขียว ขอบกลีบมีขน มีใบประดับย่อย 2 ใบ ขนาดเล็ก กลีบดอก 5 กลีบ รูปรีแกมรูปขอบขนาน สีแดง แต่ละกลีบไม่ติดกัน เกสรเพศผู้ 10 อัน ยาวเป็น สองเท่าของกลีบดอก เกสรเพศเมีย มีรังไข่ใต้วงกลีบ 1 อัน ภายในมี 4 - 5 ห้อง เชื่อมรวมกันเป็นสันออกมา เท่าจำนวนกลีบเลี้ยง และเรียงตัวสลับกับตำแหน่งของกลีบเลี้ยง ก้านเกสรยาว มีเม็ดไข่ 2 - 5 เม็ด ผล รูปกระสวย ป่องตรงกลาง มีสันตามยาวเล็กน้อย ขนาดผล 0.4 X 1.3 - 2 เซนติเมตร ผลแก่สีน้ำตาลแดง

พืชในป่าชายเลน-โกงกางใบเล็ก

โกงกางใบเล็ก


ชื่อพื้นเมือง : โกงกาง (ระนอง), โกงกางใบเล็ก (ภาคกลาง), พังกาทราย (กระบี่), พังกาใบเล็ก (พังงา)


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rhizophora apiculata Blume


ชื่อวงศ์ : RHIZOPHORACEAE




ลักษณะ : ไม้ต้นขนาดใหญ่ มีรากเสริมออกมาเหนือโคนต้น รากค้ำยันลำต้นแตกแขนงระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบคู่ล่างๆ จะร่วงไปเหลือแต่คู่ใบ 2-4 คู่ เป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง รูปรี แผ่นใบหนา หูใบแคบ ปลายแหลมยาวประกบกันเป็นคู่ระหว่างคู่ใบ ช่อดอกสั้นมาก ออกตามง่ามใบที่ใบร่วงไปแล้ว ดอกตูมรูปไข่ ใบประดับที่ฐานดอกติดกันคล้ายรูปถ้วย กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ ร่วงง่าย ผลคล้ายรูปไข่กลับสีน้ำตาลคล้ำ ผิวค่อนข้างขรุขระ ลำต้นใต้ใบเลี้ยงรูปทรงกระบอก เรียวโค้งเล็กน้อย มีขนาดโตขึ้นที่ส่วนปลาย ผิวเป็นมัน สีเขียวหรือเขียวอมม่วง ค่อนข้างเรียบหรือมีตุ่มขรุขระกระจัดกระจาย


ประโยชน์ : ใช้ทำเสาและหลักในที่น้ำทะเลขึ้นถึง มีความทนทาน ใช้ทำกลอนหลังคาจาก รอด ตง อกไก่ของบ้านตามชายทะเล ใช้ทำถ่าน เปลือกให้น้ำฝาดประเภท catechol ให้สีน้ำตาล ใช้ย้อมผ้า แห อวน หนัง ฯลฯ น้ำจากเปลือกใช้ชะล้างแผล ห้ามเลือด กินแก้ท้องร่วง แก้บิด

พืชในป่าชายเลน-ฝาดดอกขาว

ฝาดดอกขาว



ชื่อพฤกษศาสตร์: Lumnitzera racemosa Willd .
ชื่อพื้นเมือง: ฝาดดอกขาว
ชื่อท้องถิ่น: ฝาดดอกขาว
วงศ์ COMBRETACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
นิสัย เป็นไม้ต้นกึ่งไม้พุ่มขนาดเล็ก - ขนาดกลาง สูง 5 - 10 เมตร ราก ระบบรากแก้ว หยั่งลึกลงดิน มีรากพิเศษออกตามลำต้น เป็นรากหายใจรูปเข่าไม่ชัดเจน ลำต้น ลำต้นตรง เนื้อแข็ง เปลือกเรียบ สีน้ำตาลอ่อน ใบ ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายกิ่งรอบกิ่งกระจายตลอดกิ่ง ใบเล็ก เนื้อใบหนามันคล้ายแผ่นหนังทั้งสองด้าน อวบน้ำ แผ่นใบแคบ รูปไข่กลับ ขนาด 1 - 3 X 3 - 9 เซนติเมตร ปลายใบกลมเว้าตื้น ฐานใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ หรือ หยักมนถี่ แผ่นใบสีเขียวอ่อน ก้านใบสั้นมาก ดอก สมบูรณ์เพศ ออกปลายกิ่งหรือง่ามใบ ช่อคล้ายช่อกระจุก ยาว 2 - 3 เซนติเมตร ไม่มีก้านดอก ฐานรองดอก และหลอดกลีบเลี้ยงรูปท่อ แบนด้านข้าง ยาว 0.6 - 0.9 เซนติเมตร แคบลงทางส่วนปลาย ใบประดับย่อย 2 ใบ รูปไข่กว้าง เชื่อมติดกับฐานรองดอกใน ทิศตรงกันข้าม กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สั้นมาก รูปไข่กว้าง เรียวแหลม กลีบดอก 5 กลีบ รูปรีแคบถึงรูปใบหอก สีขาว เกสรเพศผู้ 10 อัน ยาวเท่ากับ กลีบดอก เกสรเพศเมียรังไข่ใต้วงกลีบ ผล เป็นกระจุก รูปทรงรี แบนด้านข้าง มีเหลี่ยมมน ขนาด 0.3 - 0.5 X 1 - 1.3 เซนติเมตร ผิวผลเกลี้ยง